Monday, November 21, 2005

แก่งกระจานครั้งที่สาม

ไปอีก ไปได้ไปดี ไปที่ทุ่งเขาพะเนินทุ่ง แต่ตกม้าตายกลับไปต้นแม่น้ำเพชรใหม่

ครั้งนี้อาสาพาน้องๆ ไป พรานเพรินไม่ต้อง พี่เอง คล่องแล้ว

ท่าจะบ้านะเรา ก็เคยไปแค่สองครั้งเอง ทำยังกะไปเป็นสิบรอบ

หนีออกจากบ้านพาน้องๆ ไปเที่ยวป่า เหอเหอ เอากะมันสิ

ชักชวนเพื่อนให้หลงผิดได้สองคน น้องไฝ กะ ไอ้เช็ง

ไปก็ไปวะ น้องตัก น้องแป้น น้องแป๋ม และน้องเพชร

ขากลับมีนิยายรักผ้าขาวม้าด้วย

ไปรถแดง ต่อรถสองแถว (อีหรอบเดิม)

ถึงที่พัก นอนเต็นท์ เดินมาย่ำยามเย็นพระอาทิตย์อัสดงที่สันเขื่อน

วิวสวยมาก กล้องเราแย่มาก แต่เป็นกล้องที่ถ่ายภาพที่สวยที่สุดในบรรดาภาพถ่ายทั้งหมดที่ถ่ายไปในคณะ

ไม่ได้เข้าไปนอนกลางป่า เพราะมีน้องๆ มาด้วย แต่จะไปเข้าป่า เพราะสัญญากับต้นตะเคียนคู่เอาไว้

ระหว่างไปต้นแม่น้ำเพชรจะมีต้นตะเคียนคู่ยืนต้นโอบกันอยู่ อิจฉาม๊๊๊๊าาาาาาาาาาาก

ก่อนไปครั้งนี้ มีเรื่องทหารปะทะพวกค้ายา และหลบมาแถวที่เราจะไปนั่นแหละ

ที่ออกข่าวดัวไปทั่วประเทศ ตอนนั้นถ้าเราขออนุญาต หรือจ้างพรานไป

เขาคงห้าม แต่เราไม่ได้ขอ ไม่รู้นะว่ามีเหตุการณ์นี้ แต่ที่ไม่ขอเพราะคิดว่าตัวเองจำทางได้

ค่าพรานแพง

จ้างรถขึ้นไป บอกพี่เขาว่าจะไปแค่น้ำตกทอทิพย์ เขาก็ไม่ว่าอะไร

เข้าไป ระหว่างทางมีคณะนักท่องเที่ยวเข้าไปกันเองอีกคณะสองสามคน

เขาท่าทางหลงป่า เราเลยนำทางให้ แต่ก็เกือบไปเหมือนกัน ที่จะพาหลง

เดินนำทางผิดประมาณสองสามครั้ง คณะนั้นเลยแยกตัวกลับหลังจากถึงน้ำตกทอทิพย์

น้ำตกสวยมาก สวยจริงๆ น่ารัก เหมือนสวรรค์ที่เหมาะสำหรับให้บรรดานกกินรีมาเล่นน้ำ

พวกน้องๆ เล่นน้ำตามใจชอบ แต่แค่นิดหน่อย

ถามว่าอยากไปเห็นต้นแม่น้ำเพชนหรือเปล่า ทุกคนอยากไป

เอ้า เรานำทาง อีกแล้วครับท่าน ครั้งนี้มีอะไรแปลไปกว่าที่เคย

ระหว่างทาง มีคนไปสร้างกระท่อมที่พักกลางป่าเอาไว้ ไม่เข้าใจทำทำไม อันตรายกว่าอีก หากมีพวกไม่ดีไปแอบอยู่

เราดันทำฝาหน้ากล้องหล่นระหว่างทาง รู้ตัวก็ไปถึงที่หมายแล้ว บอกน้องๆ ให้เล่นน้ำไปก่อน

รีบวิ่งกลับมา เปลี่ยวมาก น่ากลัวเหมือนกัน พอมาเกือบถึงทางผ่านกระท่อมร้าง ก็เจออดี รีบเก็บแล้ววิ่งกลับทันที

เล่นน้ำกับน้องๆ ไอ้ไฝมีแผลที่หัวแม่เท้า ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ

มีทากคลานออกมาจากแผลมัน ซึ่งหมายความว่า ทากมันมุดเข้าไปกินเลือดในแผลไอ้ไฝ

เด็กๆ เห็นรองยี้กัน และรีบพากันขึ้นจากน้ำ

ความจริงบริเวณนั้นไม่มีทากหรอก เพราะที่ฝั่งเป็นป่าไผ่ และพื้นทราย คงกินมาตั้งแต่น้ำตกทอทิพย์แหล่งเขาหล่ะ

มองเข้าไปที่ป่าต้องห้าม นึกถึงตอนที่เข้าไปกัน แล้วเราหยุดยืนทำเท่อยู่คนเดียว ถ่ายรูปไปเรื่อย

เหลียวมองหาเพื่อนอีกที หายไปหมด เรายืนอยู่บริเวณกลางแม่น้ำเลย แต่ตอนนั้นน้ำมันลด พอตกเย็นน้ำป่าเริ่มมา

ไหลมาเร็วมาก จากระดับติดดิน เป็นข้อเท้า เป็นหน้าแข้ง รีบตะโกนบอกเพื่อนๆ ให้กลับออกมา

ปรากฏว่าไม่ได้อยู่ห่างกันเลย แต่ป่าบังไว้

ต้องหาทางกลับขึ้นจากแม่น้ำ เพราะพวกเรายืนิยู่ในแม่น้ำ หาทางที่ช้างป่าใช้ เพราะไม่งั้นขึ้นไม่ได้

โชคดีที่มีอยู่ไม่ไกลนัก น้ำขึ้นมาเร็วมาก เกือบไปแล้ว

อ้อ ได้เจอรอยเท้าเสือด้วย ท่าทางกลำังเดินตามกวาง แต่ถ้ามันกำลังเดินตามพวกเราหล่ะ

เอ้อ ก็ตอนนั้นมันไม่กลัวนี่ มาคิดสยองก็ตอนโตแล้วนี่แหล่ะ

กลับมาเล่าถึงน้องๆ

ขากลับต้องรีบเดิน เพราะจะค่ำแล้ว ก็เกิดนิยายรักผ้าขาวม้าขึ้น

แป้น เดินเร็วมาก

ตัก กับแป๋มเดินด้วยกัน

หันไปมองเพชร อ้าววววววว ไอ้น้องชายไฝได้ทำตัวเป็นฮีโร่ ด้วยการใช้ผ้าขาวม้ามาจูงน้องเดิน

เหนื่อยก็เหนื่อย ขำก็ขำ

สรุป ทริปนั้น สนุก ปลอดภัยกันทุกคน

มารู้ข่าวเรื่องทหารทีหลัง สยองกันเป็นแถว เพราะมีคนตายอยู่บริเวณที่เราไปได้

0 Comments:

Post a Comment

<< Home